การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการเติมเต็มใบหน้าและปรับรูปหน้า แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ผลลัพธ์จะออกมาถูกใจ บางครั้งอาจเกิดก้อน ไม่ได้รูปทรงที่ต้องการ หรือต้องการเอาฟิลเลอร์ออก คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ฟิลเลอร์ละลายได้ไหม” และถ้าได้ ต้องทำอย่างไร
ความจริงแล้ว ฟิลเลอร์บางประเภทสามารถฉีดสลายได้โดยใช้เอนไซม์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง ก่อนตัดสินใจเลือกทำโปรแกรม Filler การเข้าใจว่าฟิลเลอร์แบบไหนที่สลายได้ กรณีไหนที่ควรฉีดสลาย และข้อควรระวังในการทำ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทุกเรื่องเกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ละลายได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้ ฟิลเลอร์ที่ผลิตจาก Hyaluronic Acid หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า HA สามารถฉีดสลายได้โดยใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ
การสลายฟิลเลอร์ HA จะเกิดขึ้นในสองกรณี กรณีแรกคือการสลายเองตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาของฟิลเลอร์ กรณีที่สองคือการฉีดสลายด้วยเอนไซม์ ซึ่งจะทำให้ฟิลเลอร์หายไปในเวลาที่รวดเร็วกว่ามาก ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงจนถึงไม่กี่วัน
ความสามารถในการสลายได้นี้เป็นข้อได้เปรียบสำคัญของฟิลเลอร์ HA ที่ทำให้ปลอดภัยกว่าฟิลเลอร์ประเภทอื่น เพราะหากเกิดปัญหาหรือไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ฟิลเลอร์ HA ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการความงามปัจจุบัน
สำหรับฟิลเลอร์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ HA เช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือสารเติมเต็มถาวร เหล่านี้ไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ และต้องผ่าตัดเอาออกเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อเสียร้ายแรงที่ทำให้ฟิลเลอร์ประเภทนี้ถูกห้ามใช้ในวงการความงามที่ได้มาตรฐาน
ฟิลเลอร์แบบไหนสามารถฉีดสลายได้
ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทุกชนิดที่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ ต่อไปนี้คือข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA)
ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและสามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ฟิลเลอร์ประเภทนี้ผลิตจากกรดไฮยาลูโรนิกซึ่งเป็นสารที่พบในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติ
ยี่ห้อฟิลเลอร์ HA ที่ได้รับการรับรองและใช้กันแพร่หลายในวงการ ได้แก่ Juvederm จากอเมริกาที่มีหลายรุ่น เช่น Volume, Voluma, Volbella, Vollure, Restylane จากสวีเดนที่มีรุ่น Lyft, Kysse, Defyne, Refyne, Belotero จากเยอรมนี, Teosyal จากสวิตเซอร์แลนด์, Perfectha จากฝรั่งเศส และ Neuramis จากเกาหลี ซึ่งทุกยี่ห้อเหล่านี้สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ทั้งหมด
ข้อดีของฟิลเลอร์ HA คือมีความปลอดภัยสูง หากเกิดปัญหาสามารถแก้ไขได้ทันที ร่างกายดูดซึมและสลายได้เอง และผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตามแต่ละยี่ห้อและรุ่นจะมีความหนาแน่นที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อความยากง่ายในการสลาย
ฟิลเลอร์ชนิดอื่นสามารถสลายได้หรือไม่
ฟิลเลอร์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ HA มักไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ และบางชนิดเป็นสารที่ถูกห้ามใช้ในวงการความงาม
ฟิลเลอร์ Calcium Hydroxylapatite เช่น Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตจากแคลเซียมซึ่งไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ แต่ร่างกายสามารถสลายเองได้ในระยะเวลา 12-18 เดือน การแก้ไขหากไม่พอใจผลลัพธ์จึงทำได้ยากกว่า
ฟิลเลอร์ Poly-L-Lactic Acid เช่น Sculptra เป็นฟิลเลอร์ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไม่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์เช่นกัน แต่สลายเองใน 2-3 ปี
ส่วนสารเติมเต็มถาวรเช่น ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือ PMMA เหล่านี้ไม่สามารถสลายได้เลย ต้องผ่าตัดเอาออกเท่านั้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นและไม่สามารถเอาสารออกได้หมด สารเหล่านี้ถูกห้ามใช้ในวงการความงามของประเทศไทย และคลินิกที่ใช้สารเหล่านี้ถือว่าผิดกฎหมาย
การฉีดสลายฟิลเลอร์คืออะไร?
การฉีดสลายฟิลเลอร์คือการใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีฟิลเลอร์ HA เพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ให้หายไปจากร่างกาย เป็นหัตถการที่ใช้เวลาสั้นและเห็นผลเร็ว
กระบวนการเริ่มจากการประเมินสภาพของฟิลเลอร์โดยแพทย์ ซึ่งจะดูว่าฟิลเลอร์อยู่ที่ไหน ปริมาณเท่าไหร่ และต้องสลายทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน จากนั้นจะทายาชาเพื่อลดความรู้สึก และฉีดเอนไซม์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการสลาย
ปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ต้องการสลาย ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ และความลึกของตำแหน่งที่ฉีด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะปรับปริมาณให้เหมาะสมเพื่อสลายฟิลเลอร์ตามเป้าหมายโดยไม่กระทบเนื้อเยื่อโดยรอบ
หลังฉีดสลาย ฟิลเลอร์จะเริ่มถูกย่อยทันที และผลลัพธ์จะเห็นชัดภายใน 24-48 ชั่วโมง การฉีดสลายเป็นหัตถการที่ปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และใช้เอนไซม์แท้ที่ผ่านการรับรอง
สารที่ใช้สลายฟิลเลอร์ทำงานอย่างไร?
Hyaluronidase คือเอนไซม์ที่ใช้ในการสลายฟิลเลอร์ HA ซึ่งทำงานโดยการย่อยสลายพันธะทางเคมีของกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนเจลแตกตัวและถูกร่างกายดูดซึมไปในที่สุด
เอนไซม์นี้มีอยู่ในร่างกายมนุษย์อยู่แล้วตามธรรมชาติ ร่างกายใช้เอนไซม์นี้ในการควบคุมปริมาณกรดไฮยาลูโรนิกในเนื้อเยื่อ และช่วยในการสมานแผลและการกระจายตัวของยาที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ดังนั้นการใช้เอนไซม์นี้ในการสลายฟิลเลอร์จึงปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์
เอนไซม์ Hyaluronidase ที่ใช้ในคลินิกส่วนใหญ่สกัดจากเนื้อเยื่อสัตว์ เช่น ลูกวัว หรือผลิตจากกระบวนการชีวสังเคราะห์ ยี่ห้อที่นิยมใช้ ได้แก่ Hyalase, Hylenex และ Vitrase ซึ่งทุกยี่ห้อผ่านการรับรองความปลอดภัยและใช้ในวงการแพทย์มานาน
กลไกการทำงานของเอนไซม์เริ่มทำงานทันทีที่ฉีด โดยจะเจาะจงไปที่กรดไฮยาลูโรนิกและย่อยพันธะที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ฟิลเลอร์แตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ และร่างกายจะดูดซึมและขับออกตามระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือด
สิ่งที่ควรเข้าใจคือเอนไซม์นี้จะทำงานเฉพาะกับกรดไฮยาลูโรนิกในฟิลเลอร์เท่านั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อกรดไฮยาลูโรนิกธรรมชาติในผิวในระยะยาว เพราะร่างกายสามารถสร้างทดแทนได้ตลอดเวลา
กรณีไหนที่อาจพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์
การฉีดสลายฟิลเลอร์ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำโดยไม่มีเหตุผล แต่มีหลายกรณีที่ควรพิจารณา
ฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือผิวไม่เรียบ
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในการฉีดสลายคือฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนหรือกระจายไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน สัมผัสได้ถึงก้อน หรือเห็นเป็นเนินนูนผิดปกติ
สาเหตุของการเกิดก้อนอาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ที่หนาเกินไปสำหรับบริเวณที่ฉีด เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง ปริมาณที่มากเกินไปในจุดเดียว หรือการตอบสนองของเนื้อเยื่อแต่ละคนที่แตกต่างกัน การฉีดสลายในกรณีนี้จะช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและสามารถฉีดใหม่ได้อย่างถูกต้อง
เติมฟิลเลอร์มากเกินไป
บางครั้งผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์อาจดูเกินจริงจนทำให้ใบหน้าดูบวมหรือไม่เป็นธรรมชาติ กรณีนี้เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์มากเกินปริมาณที่เหมาะสม เช่น ริมฝีปากที่ใหญ่เกินไป โหนกแก้มที่สูงเกินไป หรือจมูกที่ใหญ่ผิดสัดส่วน
การฉีดสลายในกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องสลายทั้งหมด แพทย์สามารถสลายเพียงบางส่วนเพื่อลดขนาดลงให้พอดีได้ โดยใช้ปริมาณเอนไซม์ที่คำนวณอย่างแม่นยำ
รูปทรงหรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
หลายคนตัดสินใจฉีดสลายเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง อาจเป็นเพราะรูปทรงไม่สวย ผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือรู้สึกว่าใบหน้าเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ชอบ
การเลือกทำโปรแกรม Fillerกับคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดจะช่วยลดโอกาสเกิดกรณีเหล่านี้ แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การฉีดสลายเป็นทางออกที่ช่วยให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
ฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่งเดิม
บางครั้งฟิลเลอร์อาจเคลื่อนที่จากตำแหน่งที่ฉีดเดิมไปยังบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจเกิดจากการนวดกดทับ แรงโน้มถ่วง หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า ทำให้รูปทรงเปลี่ยนไปและไม่สวยงาม
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือฟิลเลอร์จมูกเคลื่อนลงมาที่สันจมูกจนดูบวม หรือฟิลเลอร์คางเคลื่อนออกจากตำแหน่งทำให้คางดูแปลก การฉีดสลายในกรณีนี้ช่วยให้สามารถฉีดใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้
เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังฉีด
กรณีร้ายแรงที่สุดคือการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังฉีดฟิลเลอร์ เช่น ฟิลเลอร์เข้าสู่หลอดเลือดทำให้เนื้อเยื่อไม่ได้รับเลือด ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนสีเป็นม่วงหรือขาว หรือมีอาการปวดอย่างรุนแรง
ในกรณีเหล่านี้ การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase เป็นการรักษาเร่งด่วนที่ต้องทำภายในระยะเวลาจำกัด เพื่อป้องกันการเนื้อเยื่อตายและความเสียหายถาวร ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่คลินิกที่ดีต้องมีเอนไซม์ Hyaluronidase พร้อมใช้ตลอดเวลา
ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วกี่วันเห็นผล?
- ระยะเวลาที่เห็นผลหลังฉีดสลายฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
- ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีดสลาย ฟิลเลอร์จะเริ่มถูกย่อยสลายทันที คุณจะสังเกตเห็นว่าปริมาตรของฟิลเลอร์ลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเอนไซม์กำลังทำงาน บางคนอาจเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้วในช่วงนี้
- หลัง 2-3 วัน ฟิลเลอร์จะสลายไปประมาณ 60-80% คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและรูปร่างของใบหน้าจะเริ่มกลับมาใกล้เคียงกับก่อนทำฟิลเลอร์ อาการบวมที่เกิดจากการฉีดเอนไซม์จะยุบลงด้วย
- ภายใน 7-14 วัน ผลลัพธ์จะเสถียรและเห็นได้ชัดเจนที่สุด ฟิลเลอร์จะสลายไปจนเกือบหมดหากใช้ปริมาณเอนไซม์ที่เหมาะสม และบริเวณที่ทำจะกลับมาเป็นปกติ
สำหรับฟิลเลอร์ที่หนาแน่นมาก เช่น ฟิลเลอร์คาง จมูก หรือโหนกแก้ม อาจต้องใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ในการสลายอย่างสมบูรณ์ และบางครั้งต้องฉีดสลายซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
ฉีดสลายฟิลเลอร์ต้องทำกี่ครั้ง?
จำนวนครั้งที่ต้องทำการฉีดสลายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉลี่ยคือ 1-3 ครั้งต่อการสลายฟิลเลอร์หนึ่งจุด
ในกรณีที่ฟิลเลอร์มีปริมาณไม่มากและเป็นฟิลเลอร์ที่หนาแน่นต่ำ เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตา หรือฟิลเลอร์ริมฝีปาก มักสลายได้ด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียว ผลลัพธ์จะเห็นชัดภายใน 1-2 สัปดาห์
สำหรับฟิลเลอร์ที่หนาแน่นมาก เช่น Juvederm Voluma หรือ Restylane Lyft ที่ใช้ในบริเวณคาง โหนกแก้ม หรือจมูก อาจต้องฉีดสลาย 2-3 ครั้งห่างกัน 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้สลายได้สมบูรณ์
ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์ซ้ำ ๆ ในจุดเดียวกันเป็นเวลานาน ทำให้ฟิลเลอร์สะสมเป็นชั้นหนา อาจต้องใช้จำนวนครั้งที่มากขึ้นในการสลาย เพราะเนื้อเยื่อรอบฟิลเลอร์มีความแน่นสูง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินและนัดติดตามผลหลังการฉีดสลายครั้งแรกใน 2 สัปดาห์ หากยังมีฟิลเลอร์เหลืออยู่จึงจะพิจารณาฉีดสลายเพิ่ม การไม่รีบฉีดสลายซ้ำช่วยให้ประเมินผลลัพธ์ได้แม่นยำและใช้ปริมาณเอนไซม์เท่าที่จำเป็น
ฉีดสลายฟิลเลอร์อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase อาจมีผลข้างเคียงบางอย่าง แม้จะทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ดังนี้
- บวม แดง หรือช้ำ อาจเกิดขึ้นบริเวณที่ฉีด และมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน
- เจ็บหรือระคายเคืองผิว อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
- อาการแพ้เอนไซม์ อาจมีผื่น คัน บวม หรือเกิดอาการแพ้รุนแรง ซึ่งพบได้น้อย
- ผิวดูยุบหรือหย่อนลง เอนไซม์อาจสลายกรดไฮยาลูโรนิกตามธรรมชาติชั่วคราว หรือทำให้เห็นลักษณะผิวเดิมหลังฟิลเลอร์สลาย
- เสี่ยงจากการฉีดที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหากใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือฉีดโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ
ดังนั้น ควรฉีดสลายฟิลเลอร์กับแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง และหากมีอาการหายใจลำบากหรือบวมอย่างรวดเร็ว ควรรับการรักษาฉุกเฉินทันที
ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วสามารถฉีดใหม่ได้เมื่อไหร่?
หลังจากฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว หลายคนต้องการฉีดฟิลเลอร์ใหม่เพื่อแก้ไขรูปทรงหรือเริ่มต้นใหม่ แต่ต้องเว้นระยะเวลาที่เหมาะสม
ระยะเวลาที่แนะนำในการฉีดใหม่คือหลังจากฉีดสลายแล้วอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เอนไซม์ทำงานเสร็จสมบูรณ์และฟิลเลอร์เก่าสลายไปทั้งหมด หากฉีดใหม่เร็วเกินไป เอนไซม์ที่ยังเหลืออยู่อาจสลายฟิลเลอร์ใหม่ด้วย ทำให้เสียเงินและไม่เห็นผลลัพธ์
ในกรณีที่ต้องการเพียงปรับแต่งเล็กน้อย อาจรอ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้บริเวณที่ฉีดกลับสู่สภาพปกติและประเมินได้แม่นยำว่าต้องการเติมเท่าไหร่ การรออย่างใจเย็นช่วยให้แพทย์ประเมินและออกแบบผลลัพธ์ใหม่ได้ดีกว่า
สำหรับคนที่ฉีดสลายเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนหรืออาการแพ้ ควรรออย่างน้อย 2-3 เดือนและปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินว่าควรฉีดฟิลเลอร์ใหม่หรือไม่ อาจต้องเปลี่ยนยี่ห้อฟิลเลอร์ ทดสอบการแพ้ หรือใช้วิธีอื่นในการเติมเต็มใบหน้า
การเลือกคลินิกและแพทย์เดียวกันในการฉีดใหม่หลังสลายเป็นเรื่องที่สมควรพิจารณา เพราะแพทย์จะรู้ประวัติและสามารถวางแผนให้ผลลัพธ์ครั้งใหม่ดีกว่าครั้งเก่า
ฟิลเลอร์สลายเองตามธรรมชาติกับฉีดสลายต่างกันอย่างไร?
การสลายฟิลเลอร์ตามธรรมชาติและการฉีดสลายมีความแตกต่างกันทั้งระยะเวลา ผลลัพธ์ และค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ระยะเวลา: สลายเองใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี ส่วนการฉีดสลายอาจเริ่มเห็นผลภายใน 24–48 ชั่วโมง
- การควบคุมผลลัพธ์: สลายเองจะค่อย ๆ ลดปริมาณลง ส่วนการฉีดสลายสามารถเลือกแก้ไขเฉพาะจุดได้
- ค่าใช้จ่าย: การสลายเองไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนการฉีดสลายมีค่าใช้จ่ายตามปริมาณยาและคลินิก
- ความเหมาะสม: สลายเองเหมาะกับผู้ที่ไม่มีปัญหาเร่งด่วน ส่วนการฉีดสลายเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขฟิลเลอร์ HA ที่เป็นก้อนหรือได้ผลลัพธ์ไม่ตรงความต้องการ
- ความเสี่ยง: การฉีดสลายอาจมีอาการบวม แดง หรือแพ้ยาได้ จึงควรทำโดยแพทย์
ทั้งนี้ การฉีดสลายใช้ได้กับฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) เป็นหลัก หากสงสัยภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้สลายเอง
ก่อนเลือกทำโปรแกรม Filler ควรรู้อะไรเพื่อลดโอกาสต้องฉีดสลาย
การเลือกโปรแกรม Fillerที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสที่ต้องฉีดสลายในภายหลัง ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณา
เริ่มจากการเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะประเมินใบหน้าได้แม่นยำ ออกแบบรูปทรงที่สวยงามเหมาะกับโครงสร้างของคุณ และใช้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องไม่ทำให้เกิดก้อน การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 5-10 ปีจึงเป็นเกณฑ์ที่ดี
การเลือกยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทุกยี่ห้อเหมาะกับทุกบริเวณ เช่น ฟิลเลอร์หนาแน่นสูงเหมาะกับคาง จมูก ส่วนฟิลเลอร์หนาแน่นต่ำเหมาะกับใต้ตา ริมฝีปาก การเลือกผิดอาจทำให้เกิดก้อนหรือรูปทรงไม่สวย
การตรวจสอบว่าใช้ฟิลเลอร์แท้เป็นสิ่งที่ไม่ควรข้าม ควรขอให้แพทย์แกะกล่องต่อหน้า ตรวจสอบเลขทะเบียน อย. และ QR Code เพื่อยืนยันว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ ที่สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์หากเกิดปัญหา
การสื่อสารกับแพทย์อย่างชัดเจนก่อนทำเป็นเรื่องสำคัญ ควรอธิบายความต้องการและคาดหวังผลลัพธ์ให้ชัดเจน ดูภาพตัวอย่างและปรึกษาเรื่องปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเร่งรีบตัดสินใจหรือทำครั้งเดียวมาก ๆ
การเริ่มจากปริมาณน้อยในครั้งแรกเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แทนที่จะฉีดเยอะในครั้งเดียว ควรแบ่งทำเป็นหลายครั้ง เพื่อให้สามารถประเมินผลและปรับได้ตามความเหมาะสม การแก้ไขจากน้อยไปมากทำได้ง่ายกว่าการสลายฟิลเลอร์ที่มีมากเกินไป
สุดท้ายคือการเลือกคลินิกที่มีเอนไซม์ Hyaluronidase พร้อมใช้งานตลอดเวลา เพราะหากเกิดภาวะแทรกซ้อน การได้รับการรักษาทันทีจะลดโอกาสเกิดความเสียหายถาวร คลินิกที่ไม่มีเอนไซม์พร้อมใช้ไม่ควรเลือกไปทำฟิลเลอร์
สรุป
ฟิลเลอร์สามารถสลายได้หากเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่ผ่านการรับรอง โดยใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลเร็ว การฉีดสลายเป็นทางออกที่ดีในหลายกรณี ตั้งแต่ฟิลเลอร์เป็นก้อน ปริมาณมากเกินไป ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนที่ต้องการการแก้ไขเร่งด่วน การเลือกคลินิกและแพทย์ที่น่าเชื่อถือตั้งแต่แรกจะช่วยลดโอกาสที่ต้องฉีดสลาย และหากต้องทำ การเลือกสถานที่ที่มีมาตรฐานก็เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ การฉีดสลายฟิลเลอร์ หรือดูแลใบหน้าให้สวยงามเป็นธรรมชาติ สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Hana Clinic ได้ฟรี เราใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง อย. และมีเอนไซม์ Hyaluronidase พร้อมใช้ ดูแลโดยแพทย์เจ้าของคลินิกประสบการณ์กว่า 10 ปี ผ่าน LINE: @hanaclinic_rayong หรือโทร 092-265-5631
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับฟิลเลอร์ละลายได้ไหม
Q: ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ผิวจะหย่อนกว่าเดิมไหม?
A: ไม่หย่อนกว่าเดิม ผิวจะกลับสู่สภาพก่อนฉีดฟิลเลอร์ ยกเว้นในกรณีที่ปล่อยฟิลเลอร์อยู่นานหลายปี ซึ่งเนื้อเยื่ออาจยืดออกตามปริมาตรของฟิลเลอร์ ทำให้หลังสลายดูหย่อนเล็กน้อย
Q: ฉีดสลายฟิลเลอร์เจ็บไหม?
A: มีความรู้สึกบ้าง แต่ไม่ถึงกับเจ็บมาก คลินิกจะทายาชาก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึก ส่วนใหญ่ผู้ที่ทำบอกว่าทนได้สบาย
Q: ค่าใช้จ่ายในการฉีดสลายฟิลเลอร์ประมาณเท่าไหร่?
A: ราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000-15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับคลินิก ปริมาณที่ต้องสลาย และยี่ห้อของเอนไซม์ที่ใช้ บางคลินิกมีการคิดราคาตามปริมาณเอนไซม์ที่ใช้
Q: ฉีดสลายฟิลเลอร์หมดจริงไหม?
A: สลายได้เกือบหมด ประมาณ 95-100% ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ ความหนาแน่น และระยะเวลาที่ฉีดฟิลเลอร์มา บางครั้งอาจต้องฉีดสลายซ้ำเพื่อให้สลายทั้งหมด
Q: ตั้งครรภ์ฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเรื่องความปลอดภัยต่อทารก ควรรอหลังคลอดและเลิกให้นมก่อนทำ ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินที่แพทย์พิจารณาว่าจำเป็น
Q: ฉีดสลายฟิลเลอร์แล้วหน้าจะเปลี่ยนกลับเหมือนเดิมเลยไหม?
A: เปลี่ยนกลับเป็นเหมือนก่อนฉีดฟิลเลอร์ 90-95% ส่วนเล็กน้อยที่อาจเหลือคือการที่ผิวและเนื้อเยื่อปรับตัวตามเวลา แต่ภาพรวมจะกลับสู่สภาพธรรมชาติเดิม
Q: ถ้าฉีดฟิลเลอร์ปลอมมา ฉีดสลายได้ไหม?
A: หากฟิลเลอร์ปลอมเป็น Hyaluronic Acid ปลอม อาจสลายได้บางส่วน แต่หากเป็นซิลิโคน พาราฟิน หรือสารปลอมอื่น ๆ จะไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์ได้ ต้องผ่าตัดเอาออกเท่านั้น



