HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound เป็นหัตถการยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติที่สามารถยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ก่อนตัดสินใจทำ หลายคนก็ยังมีคำถามในใจว่า HIFU ผลข้างเคียง มีอะไรบ้าง และอาการใดที่ถือว่าปกติหรือต้องรีบปรึกษาแพทย์
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้ดี ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำ และเลือกคลินิกที่เหมาะสมในการยกกระชับหน้าด้วย Hifu บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผลข้างเคียงของ HIFU ตั้งแต่อาการที่พบได้ปกติ อาการที่ควรระวัง สาเหตุที่เพิ่มความเสี่ยง การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ รวมถึงวิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัย
HIFU คืออะไร และทำงานกับผิวอย่างไร?
HIFU เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงปล่อยพลังงานเข้าสู่ชั้นผิวที่ลึกลงไป โดยไม่ทำลายชั้นผิวด้านนอก พลังงานนี้จะไปกระตุ้นชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่ศัลยแพทย์พลาสติกใช้ยกในการทำศัลยกรรมดึงหน้า ทำให้ HIFU ได้ชื่อว่าเป็น “การดึงหน้าแบบไม่ผ่าตัด”
เมื่อพลังงานความร้อนลงไปที่ชั้น SMAS จะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น เส้นริ้วรอยจางลง ขอบหน้าชัดขึ้น และรูปหน้าดูเรียวสวยขึ้น
จุดเด่นของ HIFU คือสามารถเลือกยิงพลังงานลึกได้หลายระดับ ตั้งแต่ 1.5 มม. ที่ชั้นหนังแท้ 3.0 มม. ที่ชั้นไขมันใต้ผิว และ 4.5 มม. ที่ชั้น SMAS ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ความลึกที่เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน การทำ HIFU ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
HIFU ผลข้างเคียงที่พบได้มีอะไรบ้าง?
การทำ HIFU เป็นหัตถการที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยในระดับสากล แต่ก็เหมือนกับทุกหัตถการที่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการปกติที่หายไปเอง
ผิวแดงหลังทำ
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือผิวแดงบริเวณที่ทำ HIFU ซึ่งเป็นการตอบสนองปกติของผิวต่อพลังงานความร้อน ลักษณะคล้ายผิวที่โดนแดดนาน ๆ แต่ไม่รุนแรง สีแดงจะกระจายทั่วบริเวณที่ทำ และจะค่อย ๆ จางลงภายใน 2-24 ชั่วโมง
ผิวแดงหลังทำไม่ใช่สัญญาณของอันตราย แต่เป็นผลจากการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นในบริเวณที่ได้รับพลังงาน หากผิวแดงไม่ลดลงภายใน 48 ชั่วโมงหรือมีลักษณะเป็นผื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน
อาการบวมเล็กน้อย
หลังทำ HIFU บางคนอาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะที่โหนกแก้ม กราม และคอ ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของเนื้อเยื่อต่อพลังงานความร้อน อาการบวมมักไม่รุนแรงและสังเกตได้เฉพาะเจ้าของเท่านั้น
ระยะเวลาของอาการบวมอยู่ที่ประมาณ 1-3 วัน หลังจากนั้นจะยุบลงเอง การประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกช่วยลดอาการบวมได้ดี และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังทำ
รู้สึกตึงหรือระบมบริเวณที่ทำ
ความรู้สึกตึงและระบมคล้ายกับที่เกิดหลังออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้าหนัก ๆ เป็นสัญญาณว่า HIFU ทำงานได้ดี เพราะพลังงานทำให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อหดตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
อาการตึงจะพบมากในช่วง 2-5 วันแรก และจะค่อย ๆ หายไปในสัปดาห์ที่ 2 หลายคนรู้สึกว่าใบหน้าดูกระชับขึ้นทันทีหลังทำ ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของเนื้อเยื่อนี้เอง
อาการชา หรือเสียวผิวชั่วคราว
บางคนอาจรู้สึกชาหรือเสียวผิวบริเวณที่ทำในช่วง 1-3 วันแรก เป็นการตอบสนองของเส้นประสาทต่อพลังงานความร้อน ไม่ใช่สัญญาณของการบาดเจ็บถาวร ความรู้สึกจะคล้ายกับการนั่งนาน ๆ แล้วขาชา ที่ค่อย ๆ หายไปเอง
อาการนี้มักพบที่บริเวณขากรรไกร คอ และหน้าผาก ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นประสาทมาก หากอาการชาไม่หายภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
รู้สึกเจ็บเมื่อกดสัมผัส
ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำ HIFU บางคนอาจรู้สึกเจ็บเมื่อกดสัมผัสบริเวณที่ทำ เป็นอาการระบมแบบลึก ๆ ที่คล้ายกับการมีช้ำใต้ผิว ซึ่งเป็นผลจากการที่เนื้อเยื่อยังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่
การหลีกเลี่ยงการกดนวดแรง ๆ และการนอนตะแคงให้ใบหน้ากดกับหมอน ช่วยลดอาการเจ็บได้ โดยทั่วไปอาการจะหายเองภายใน 7-14 วัน และผิวจะกลับมารู้สึกปกติ
HIFU ผลข้างเคียงอยู่กี่วัน?
ระยะเวลาของผลข้างเคียงจาก HIFU ขึ้นอยู่กับประเภทของอาการและสภาพผิวของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป็นช่วงเวลาที่ชัดเจนได้
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังทำ ผิวแดงและความร้อนจะเป็นอาการหลัก ซึ่งจะหายไปใน 2-24 ชั่วโมง อาการบวมเล็กน้อยอยู่ได้ประมาณ 1-3 วัน ส่วนความรู้สึกตึงและระบมมักอยู่ 5-7 วัน และจะค่อย ๆ ลดลงจนหายปกติในสัปดาห์ที่ 2
อาการชาหรือเสียวผิวชั่วคราวเป็นสิ่งที่พบน้อยกว่า โดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 3-7 วัน และหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา สำหรับความเจ็บเมื่อกดสัมผัส จะพบมากในช่วงสัปดาห์แรก และหายไปใน 7-14 วัน
ที่สำคัญคือผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวัน คุณสามารถทำงาน แต่งหน้า และออกไปข้างนอกได้ตามปกติทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งเป็นข้อดีที่สำคัญของการยกกระชับหน้าด้วย Hifuเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมดึงหน้าแบบดั้งเดิมที่ต้องพักฟื้นหลายสัปดาห์
อาการหลังทำ HIFU แบบไหนถือว่าปกติ
เพื่อให้คุณสบายใจและรู้ว่าอาการใดที่ไม่ต้องกังวล เรามารู้จักกับอาการปกติที่เกิดขึ้นได้หลังทำ HIFU
- ผิวแดงเล็กน้อยที่หายใน 24 ชั่วโมงเป็นเรื่องปกติที่พบในเกือบทุกคน บวมเล็กน้อยที่ลดลงเองใน 1-3 วันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล รวมถึงความรู้สึกตึงและระบมเหมือนหลังออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า HIFU กำลังทำงาน
- ความรู้สึกชาเล็กน้อยในช่วงไม่กี่วันแรกก็ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณกรามและคาง เพราะเป็นจุดที่มีเส้นประสาทมาก และการตอบสนองของประสาทต่อความร้อนเป็นการปรับตัวที่หายไปได้เอง
- ผิวที่รู้สึกแห้งหรือตึงเล็กน้อยหลังทำก็เป็นสิ่งที่พบได้ เป็นผลจากการที่พลังงานกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งการบำรุงผิวด้วยครีมที่ให้ความชุ่มชื้นจะช่วยบรรเทาได้ และผิวจะกลับสู่สภาพปกติใน 1-2 สัปดาห์
หากคุณพบอาการเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล แต่หากมีอาการที่รุนแรงกว่าปกติหรือเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน
ผลข้างเคียงแบบไหนที่ควรพบแพทย์
แม้ว่า HIFU จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็มีบางอาการที่ควรระวังและควรรีบปรึกษาแพทย์
บวมมากผิดปกติ
หากหลังทำ HIFU แล้วมีอาการบวมมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบวมที่กินพื้นที่กว้าง บวมแน่น หรือบวมที่ไม่ยุบลงหลัง 3 วัน อาจเป็นสัญญาณว่าผิวได้รับพลังงานมากเกินไป หรือมีการตอบสนองที่ผิดปกติ ควรแจ้งคลินิกและพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมิน
การบวมผิดปกติอาจเกิดจากการใช้พลังงานสูงเกินไป การยิงพลังงานในชั้นผิวที่ไม่เหมาะสม หรือการตอบสนองเฉพาะบุคคล แพทย์จะประเมินและให้การรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาลดการอักเสบหรือการประคบเย็นร่วมด้วย
ปวดต่อเนื่องหรือรุนแรง
ความรู้สึกตึงและระบมหลัง HIFU เป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการปวดรุนแรงที่ไม่ลดลง ปวดต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ หรือปวดจนรบกวนการใช้ชีวิต อาจเป็นสัญญาณของการที่เนื้อเยื่อได้รับความเสียหายมากเกินไป
หากรับประทานยาแก้ปวดธรรมดาแล้วไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมิน แพทย์อาจต้องตรวจดูลักษณะของอาการและสั่งยาที่เหมาะสม การไม่ปล่อยทิ้งไว้จะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ผิวไหม้หรือเกิดแผล
กรณีที่พบน้อยที่สุดคือการที่ผิวไหม้หรือเกิดแผลหลังทำ HIFU ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพลังงานถูกใช้ในระดับที่สูงเกินไป หรือเทคนิคการยิงที่ไม่ถูกต้อง อาการที่พบคือผิวพุพอง มีตุ่มน้ำ ผิวลอกเป็นแผ่น หรือมีสีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
หากพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะต้องการการรักษาเฉพาะทางเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นถาวร และคลินิกที่ทำควรรับผิดชอบในการดูแลรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ
อาการชาหรือกล้ามเนื้อผิดปกตินานเกินไป
อาการชาเล็กน้อยที่หายใน 1-2 สัปดาห์เป็นเรื่องปกติ แต่หากอาการชายังคงอยู่หลังจาก 2 สัปดาห์ หรือมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หน้าเบี้ยว ยิ้มไม่สนิท หรือยกคิ้วไม่ขึ้น เป็นสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการที่พลังงานกระทบเส้นประสาทมากเกินไป ซึ่งต้องการการรักษาเร่งด่วน การประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและลดโอกาสเกิดผลกระทบระยะยาว
สาเหตุอะไรที่เพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจาก HIFU
ความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการทำ HIFU สามารถลดลงได้ หากเข้าใจสาเหตุที่ทำให้เกิดและเลือกบริการที่เหมาะสม
การใช้พลังงานไม่เหมาะสม
พลังงานที่ใช้ในการทำ HIFU ต้องเหมาะสมกับสภาพผิว ความหนาของผิว และความลึกของชั้นที่ต้องการรักษา หากใช้พลังงานสูงเกินไป อาจทำให้ผิวไหม้ เกิดแผล หรือเนื้อเยื่อเสียหาย ในทางกลับกัน หากใช้พลังงานต่ำเกินไป ก็จะไม่เห็นผลลัพธ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มด้วยพลังงานในระดับกลางเพื่อประเมินการตอบสนองของผิว แล้วค่อย ๆ ปรับให้เหมาะสม การไว้วางใจให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย
การยิงผิดชั้นผิว
HIFU สามารถยิงพลังงานได้หลายความลึก ตั้งแต่ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. แต่ละระดับเหมาะกับการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน หากยิงผิดชั้น เช่น ยิงลึกเกินไปที่ชั้นไขมันหรือเส้นประสาท อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ไม่พึงประสงค์
ความแม่นยำในการยิงพลังงานต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ใบหน้าและประสบการณ์ของแพทย์ แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้จุดที่ไม่ควรยิง เช่น บริเวณเส้นประสาทสำคัญ และยิงเฉพาะในบริเวณที่ปลอดภัย
สภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
แต่ละคนมีสภาพผิว ความหนาของผิว ปริมาณไขมันใต้ผิว และโครงสร้างใบหน้าที่แตกต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการตอบสนองต่อ HIFU ผิวที่บางมากอาจเกิดผลข้างเคียงง่ายกว่า เช่นเดียวกับคนที่มีประวัติเป็นแผลเป็นคีลอยด์
การประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าก่อนทำเป็นขั้นตอนสำคัญ แพทย์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสม ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้
เครื่อง HIFU มีหลายรุ่นในตลาด บางรุ่นผ่านการรับรอง FDA บางรุ่นไม่ผ่าน และบางรุ่นเป็นเครื่องลอกเลียนแบบที่ไม่มีมาตรฐาน การเลือกใช้เครื่องที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัย
เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานอาจไม่สามารถควบคุมความลึกและพลังงานได้แม่นยำ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง นอกจากนี้ยังอาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดี และต้องทำซ้ำบ่อยกว่าปกติ คลินิกที่ลงทุนในเครื่องมาตรฐานจะมอบประสบการณ์ที่ปลอดภัยและได้ผลดีกว่า
ใครบ้างที่ควรระมัดระวังก่อนทำ HIFU
แม้ว่า HIFU จะเป็นหัตถการที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรทำ HIFU เพราะยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยต่อทารก ควรรอจนคลอดและเลิกให้นมก่อนทำ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเลือดออกง่าย หรือกำลังทานยาละลายลิ่มเลือด ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินก่อน
- คนที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ มีโลหะในบริเวณที่จะทำ หรือมีประวัติเป็นแผลเป็นคีลอยด์ ควรปรึกษาแพทย์โดยละเอียดก่อนตัดสินใจ ส่วนผู้ที่มีผิวบางมากหรือมีไขมันใต้ผิวน้อยอาจไม่เหมาะกับการทำ HIFU เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ง่าย
- ในกรณีของผู้ที่เพิ่งทำหัตถการอื่น เช่น ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือทำเลเซอร์ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ HIFU เพื่อให้ผิวฟื้นฟูและไม่กระทบผลลัพธ์ของหัตถการก่อนหน้า การแจ้งประวัติการทำหัตถการให้แพทย์ทราบจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม
ผู้ที่กำลังเป็นสิวอักเสบรุนแรง มีแผลเปิด หรือติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะทำ ควรรอให้ผิวหายดีก่อน เพราะการทำ HIFU บนผิวที่มีปัญหาอาจทำให้อาการแย่ลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ก่อนทำ HIFU ควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
การเตรียมตัวที่ดีก่อนทำ HIFU ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
- ก่อนทำประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรงดการทำหัตถการที่กระตุ้นผิว เช่น การผลัดผิวด้วยกรดเข้มข้น การใช้ Retinol และการสครับผิว เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่แข็งแรงที่สุด นอกจากนี้ควรงดอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น ของทอด อาหารรสจัด และแอลกอฮอล์ 2-3 วันก่อนทำ
- การพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวันในช่วงก่อนทำ ช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อม การดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นและทนต่อการกระตุ้นได้ดีกว่า
- ในวันที่จะทำ ควรทำความสะอาดใบหน้าให้ดี ไม่แต่งหน้า และไม่ใช้ครีมบำรุงใด ๆ แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ ยาที่กำลังทาน และการทำหัตถการล่าสุด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและปรับโปรแกรมได้เหมาะสม
- หากกังวลเรื่องความเจ็บ สามารถขอให้แพทย์ทาครีมชาก่อนทำประมาณ 30-45 นาที ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกได้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะเครื่อง HIFU รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้เจ็บมาก
- ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการทำในช่วงใกล้หรือระหว่างมีประจำเดือน เพราะผิวจะไวกว่าปกติและอาจรู้สึกเจ็บมากขึ้น ควรเลือกทำในช่วงที่ร่างกายอยู่ในสภาพปกติเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ HIFU เพื่อลดอาการระคายเคือง
- หลีกเลี่ยงความร้อน: งดอาบน้ำร้อน ซาวน่า และออกกำลังกายหนักใน 24 ชั่วโมงแรก
- ประคบเย็น: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบเบา ๆ เพื่อลดบวมแดง
- บำรุงผิวอย่างอ่อนโยน: เลือกครีมที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว
- งดสารที่ก่อการระคายเคือง: หลีกเลี่ยง Retinol และกรดผลัดเซลล์ผิวจนกว่าผิวจะฟื้นตัว
- ทาครีมกันแดด: ใช้ SPF 50+ เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงแดดจัด
- ดื่มน้ำและกินอาหารที่มีประโยชน์: เน้นโปรตีนและวิตามินเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้าแรง ๆ: ลดการกดทับและเสียดสีผิวในช่วงแรก
- สังเกตอาการผิดปกติ: หากปวดรุนแรง บวมมาก หรือมีตุ่มพอง ควรรีบปรึกษาแพทย์
HIFU อันตรายไหม หากทำอย่างเหมาะสม
คำตอบคือ HIFU ไม่อันตรายหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพราะเทคโนโลยีนี้ผ่านการวิจัยและได้รับการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกาและ อย. ของประเทศไทย
HIFU ถูกใช้ในวงการความงามมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และมีผู้ใช้บริการนับล้านคนทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ผลข้างเคียงร้ายแรงพบได้น้อยมาก และส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำโดยผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอ
จุดเด่นด้านความปลอดภัยของ HIFU คือการที่พลังงานทำงานเฉพาะที่ชั้นผิวที่กำหนด โดยไม่กระทบผิวชั้นบนและเส้นประสาทสำคัญหากทำอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ HIFU ยังไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนจากการวางยาสลบ
สิ่งที่ทำให้ HIFU ปลอดภัยคือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ที่ผ่านการรับรอง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลและมีการประเมินก่อนทำ หากทุกข้อเหล่านี้ครบถ้วน ความเสี่ยงจะต่ำมากและผลลัพธ์ที่ได้จะคุ้มค่า
เลือกยกกระชับหน้าด้วย HIFU อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิว
การเลือกทำ HIFU ควรพิจารณาทั้งสภาพผิว เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและปลอดภัย
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่อง HIFU แท้ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อย.
- เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถประเมินใบหน้าและปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
- ประเมินสภาพผิวก่อนทำ ตรวจความหย่อนคล้อย ความหนาของผิว และประวัติการทำหัตถการ
- เลือกโปรแกรมให้เหมาะกับปัญหาผิว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนยกกระชับหน้าด้วย HIFUให้ตรงกับความต้องการ
- พิจารณาราคาและความน่าเชื่อถือ ไม่เลือกเพียงเพราะราคาถูก แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพเครื่องมือและการดูแลหลังทำ
สรุป
HIFU ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยที่หายได้เองใน 1-14 วัน เช่น ผิวแดง บวมเล็กน้อย ตึง และระบม ซึ่งเป็นการตอบสนองปกติของผิว ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อยและมักเกิดจากการทำโดยผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญหรือใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้เครื่องแท้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการทำ HIFU อย่างปลอดภัย
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการทำ HIFU ยกกระชับผิว หรือดูแลใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Hana Clinic ได้ฟรี เราใช้เครื่อง HIFU ที่ได้มาตรฐาน ดูแลโดยแพทย์เจ้าของคลินิกประสบการณ์กว่า 10 ปี ผ่าน LINE: @hanaclinic_rayong หรือโทร 092-265-5631
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ HIFU ผลข้างเคียง
Q: HIFU ผลข้างเคียงหายได้เองไหม?
A: ส่วนใหญ่หายได้เอง อาการปกติ เช่น ผิวแดง บวมเล็กน้อย ตึง หรือระบม จะหายไปใน 1-14 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาการ โดยไม่ต้องรักษาพิเศษ แต่หากอาการรุนแรงหรือไม่หายควรปรึกษาแพทย์
Q: ทำ HIFU แล้วผิวหย่อนกว่าเดิมได้ไหม?
A: เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงหากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมาตรฐาน HIFU ทำงานโดยกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้เนื้อเยื่อหดตัว ไม่ได้ทำให้ผิวหย่อนลง แต่หากทำผิดวิธีหรือยิงผิดชั้น อาจส่งผลให้ไขมันลดลงมากเกินไปจนใบหน้าดูตอบ
Q: HIFU ทำที่คอได้ไหม?
A: ทำได้และเป็นจุดที่นิยมมาก HIFU ช่วยยกกระชับผิวบริเวณคอและเหนียง ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ดี แต่ต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์ทำ เพราะบริเวณคอมีเส้นประสาทสำคัญ
Q: ทำ HIFU หน้าตอบไหม?
A: หากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและประเมินสภาพผิวก่อน จะไม่ทำให้หน้าตอบ แต่ในคนที่ผอมมากหรือมีไขมันใต้ผิวน้อย อาจเสี่ยงที่ไขมันลดลงมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม
Q: HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน?
A: ผลลัพธ์ของ HIFU จะเริ่มเห็นชัดใน 2-3 เดือนหลังทำ และคงอยู่ได้ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเอง การทำซ้ำปีละครั้งจะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ยาวนาน
Q: ทำ HIFU ครั้งเดียวเห็นผลไหม?
A: เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกบางส่วน แต่ผลลัพธ์เต็มที่จะเห็นชัดใน 2-3 เดือน เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างใหม่ หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอาจต้องทำซ้ำหลายครั้งตามคำแนะนำของแพทย์
Q: ทำ HIFU กับเลเซอร์หน้าใสในวันเดียวกันได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ระหว่างการทำ HIFU และเลเซอร์หน้าใส เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและไม่เสี่ยงต่อการระคายเคือง การทำซ้อนกันในวันเดียวอาจทำให้ผิวบางและเกิดผลข้างเคียง



