ฟิลเลอร์เป็นหัตถการความงามยอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มใบหน้า ปรับรูปหน้า และลดริ้วรอยอย่างได้ผล แต่ปัจจุบันกลับมีปัญหาเรื่อง “ฟิลเลอร์ปลอม” ระบาดในตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่ยังเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
หลายคนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์โดยไม่ได้ตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การอุดตันของเส้นเลือด เนื้อเยื่อตาย หรือแม้แต่การสูญเสียการมองเห็น การเลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานกับคลินิกที่น่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับฟิลเลอร์ปลอมอย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย อันตราย วิธีสังเกต ไปจนถึงวิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัย
ฟิลเลอร์ปลอม คืออะไร?
ฟิลเลอร์ปลอมคือสารเติมเต็มที่ไม่ได้ผ่านมาตรฐานทางการแพทย์และไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ซึ่งพบในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซิลิโคนเหลวที่ถูกห้ามใช้ในวงการความงามเพราะไม่สามารถสลายได้ ไปจนถึงพาราฟินที่ก่อให้เกิดก้อนแข็งใต้ผิว บางครั้งก็เป็นสารเติมเต็มถาวรที่ไม่ผ่านการรับรอง หรือฟิลเลอร์ลอกเลียนแบบที่ใช้ชื่อยี่ห้อดังแต่บรรจุสารอื่น
นอกจากนี้ยังมีฟิลเลอร์ที่หมดอายุหรือเก็บผิดวิธีจนสูญเสียคุณสมบัติ รวมถึงฟิลเลอร์ที่แบ่งบรรจุใหม่โดยไม่ได้มาตรฐานการผลิต ฟิลเลอร์ปลอมเหล่านี้มักขายในราคาถูกและเข้าถึงง่าย ทำให้มีผู้บริโภคจำนวนมากหลงเข้าใจผิด โดยเฉพาะเมื่อเจอโปรโมชั่นราคาถูกเกินจริง
ฟิลเลอร์ปลอมต่างจากฟิลเลอร์แท้อย่างไร?
ฟิลเลอร์แท้และฟิลเลอร์ปลอมมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านส่วนประกอบ การผลิต และผลลัพธ์
ฟิลเลอร์แท้ที่ใช้ในวงการความงามส่วนใหญ่ผลิตจาก Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และ FDA สากล ผลิตในห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน GMP สามารถสลายได้ตามธรรมชาติในระยะเวลา 6-18 เดือน และที่สำคัญคือมีเอนไซม์ Hyaluronidase ที่สามารถสลายฟิลเลอร์ได้หากเกิดปัญหา ยี่ห้อที่ได้มาตรฐานซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการ ได้แก่ Juvederm, Restylane, Belotero และ Teosyal ซึ่งทุกยี่ห้อมีการติดตามผลและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถทราบส่วนประกอบที่แท้จริงได้ ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. และมักผลิตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มาตรฐาน จุดอันตรายที่สุดคือฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถสลายได้หรือสลายผิดปกติ และไม่สามารถใช้เอนไซม์สลายได้ อีกทั้งยังอาจมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว
ฟิลเลอร์ปลอมมีอันตรายอะไรบ้าง?
การฉีดฟิลเลอร์ปลอมไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพที่ร้ายแรง ซึ่งอันตรายที่พบได้บ่อยมีดังนี้
บวม แดง อักเสบ หรือติดเชื้อ
หลังฉีดฟิลเลอร์ปลอม ร่างกายมักตอบสนองในทางลบทันที ผิวบริเวณที่ฉีดจะบวมแดงเกินปกติ รู้สึกร้อน แสบ และปวดอย่างต่อเนื่อง อาการอักเสบจะไม่หายไปในหลายวัน บางรายอาจมีการติดเชื้อจากสารปนเปื้อนจนเกิดหนองหรือของเหลวไหลออกจากจุดฉีด และในกรณีที่รุนแรงอาจมีไข้ร่วมด้วย
สิ่งที่น่ากังวลคืออาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด หรือสะสมและแสดงอาการในภายหลัง ทำให้หลายคนไม่ทันระวังตัวจนกว่าปัญหาจะลุกลาม
เกิดก้อนแข็งหรือผิวไม่เรียบ
ฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่สามารถกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ จะจับตัวเป็นก้อนแข็งใต้ผิวที่สัมผัสได้ชัดเจน ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ฉีดไม่เรียบเนียน รูปหน้าไม่สมมาตร และก้อนอาจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดการหดรั้งของผิว ซึ่งก้อนเหล่านี้ไม่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ และเป็นปัญหาที่ต้องการการรักษาเฉพาะทางที่ยากและใช้เวลานาน
การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินสภาพปัญหาและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ซึ่งบางครั้งอาจต้องผ่าตัดเอาสารออก
สารเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่น
ฟิลเลอร์ปลอมโดยเฉพาะซิลิโคนเหลวและพาราฟิน มักเคลื่อนที่ไปยังบริเวณอื่นของใบหน้าตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ปากบวมหย่อนคล้อย โหนกแก้มเลื่อนตำแหน่ง คางยาวหรือเบี้ยวผิดปกติ หรือหนังตาตก จนใบหน้าผิดรูปอย่างถาวร
สิ่งที่อันตรายคือการเคลื่อนที่ของสารเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหลายปีหลังฉีด ทำให้ผู้ใช้บริการไม่รู้ตัวจนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และเมื่อเห็นปัญหาแล้วก็มักจะสายเกินกว่าจะแก้ไขได้ง่าย
เนื้อเยื่อเสียหายจากภาวะแทรกซ้อน
กรณีร้ายแรงที่สุดคือการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือด เมื่อสารฟิลเลอร์เข้าสู่หลอดเลือด เลือดจะไม่สามารถไหลเวียนไปยังเนื้อเยื่อได้ ทำให้เนื้อเยื่อตายเฉพาะที่ (Necrosis) และในกรณีที่ฉีดใกล้ตาอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น หรือแม้แต่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายในระยะเวลาจำกัด บางครั้งต้องผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อออกและทิ้งแผลเป็นถาวร ซึ่งบางครั้งไม่สามารถแก้ไขกลับให้เป็นปกติได้
ไม่สามารถสลายได้เหมือน Hyaluronic Acid บางชนิด
ฟิลเลอร์แท้ที่ผลิตจาก Hyaluronic Acid สามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ภายในไม่กี่นาทีหากเกิดปัญหา แต่ฟิลเลอร์ปลอมโดยเฉพาะซิลิโคนเหลวจะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต พาราฟินจะจับตัวเป็นก้อนถาวร และต้องผ่าตัดเพื่อเอาออกเท่านั้น
ที่สำคัญคือการผ่าตัดอาจทิ้งแผลเป็นและไม่สามารถเอาสารออกได้หมด 100% ซึ่งหมายความว่าจะต้องอยู่กับผลกระทบเหล่านี้ไปตลอดชีวิต ส่งผลต่อรูปใบหน้าและความมั่นใจอย่างถาวร
วิธีเช็กฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีด
การตรวจสอบฟิลเลอร์แท้ก่อนฉีดเป็นสิทธิของผู้ใช้บริการ และคลินิกที่ได้มาตรฐานจะเต็มใจแสดงให้คุณดูทุกขั้นตอน โดยมีจุดสำคัญที่ควรเช็ก 4 ข้อหลัก
ตรวจสอบยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์
ก่อนตัดสินใจฉีด ควรทำความรู้จักกับยี่ห้อฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองในไทยก่อน ซึ่งยี่ห้อที่ได้รับความไว้วางใจในวงการ ได้แก่ Juvederm จากอเมริกาที่มีหลายรุ่นเช่น Volume, Voluma, Volbella และ Vollure, Restylane จากสวีเดนที่มีรุ่น Lyft, Kysse, Defyne, Refyne, Belotero จากสวิตเซอร์แลนด์, Teosyal จากสวิตเซอร์แลนด์, และ Neuramis จากเกาหลี
หากคลินิกใช้ยี่ห้อที่ไม่คุ้นชื่อหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ควรระวังเป็นพิเศษ และควรขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเสมอ
ตรวจเลขทะเบียนและข้อมูลผลิตภัณฑ์
ฟิลเลอร์แท้ทุกชิ้นต้องมีเลขทะเบียน อย. ที่สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ อย. ไทย พร้อมด้วยหมายเลข Lot/Batch Number วันผลิตและวันหมดอายุ ชื่อผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายที่ชัดเจน ปัจจุบันหลายยี่ห้อยังมี QR Code สำหรับตรวจสอบความแท้ผ่านมือถือ ทำให้ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็ว หากข้อมูลใด ๆ ไม่ครบถ้วนหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
ตรวจกล่องและบรรจุภัณฑ์ก่อนทำ
ผู้ใช้บริการมีสิทธิขอให้แพทย์เปิดกล่องและบรรจุภัณฑ์ต่อหน้าทุกครั้ง โดยสิ่งที่ต้องสังเกตคือกล่องยังปิดสนิทไม่มีร่องรอยการเปิด ซีลพลาสติกครบถ้วน ฉลากชัดเจน อ่านง่าย บรรจุภัณฑ์ไม่ยับหรือเสียหาย ที่สำคัญคือข้อมูลบนกล่องและขวดต้องตรงกันทุกอย่าง และเข็มฉีดยาที่มากับผลิตภัณฑ์ยังปิดอยู่
ตรวจสอบแหล่งที่มาและสถานพยาบาล
คลินิกที่ดีจะมีข้อมูลที่โปร่งใสเรื่องแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ สามารถแสดงใบรับรองการนำเข้าถูกกฎหมายและประวัติการสั่งซื้อได้ นอกจากนี้ยังมีการเก็บรักษาฟิลเลอร์อย่างถูกวิธีในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศา ไม่ซื้อฟิลเลอร์ผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ แพทย์ที่ให้บริการต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และคลินิกต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
ฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติ เสี่ยงเป็นฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่?
ราคาคือสัญญาณเตือนที่สำคัญ ฟิลเลอร์แท้มีต้นทุนสูงเพราะต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน การขนส่งที่ควบคุมอุณหภูมิ และการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งราคาฟิลเลอร์แท้ในไทยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ
- Juvederm ซีซีละ 15,000-30,000 บาท
- Restylane ซีซีละ 12,000-25,000 บาท
- Belotero ซีซีละ 10,000-20,000 บาท
- Teosyal ซีซีละ 15,000-28,000 บาท
- Neuramis ซีซีละ 8,000-15,000 บาท
หากพบคลินิกที่ขายฟิลเลอร์ซีซีละต่ำกว่า 5,000 บาท มีโปรโมชั่นเหมา 3 ซีซี 9,000 บาท หรือราคาต่ำกว่าท้องตลาดเกิน 50% รวมถึงโปรโมชั่น “ฟรี” ที่ดีเกินจริง หรือไม่ระบุยี่ห้ออย่างชัดเจน นี่คือสัญญาณเตือนที่ควรระวังเป็นพิเศษ แม้ราคาแพงจะไม่ได้แปลว่าแท้เสมอไป แต่ราคาที่ถูกผิดปกติคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าควรหลีกเลี่ยง เพราะต้นทุนฟิลเลอร์แท้ไม่สามารถขายในราคาต่ำกว่านี้ได้
ฉีดฟิลเลอร์ปลอมแล้วจะรู้ได้อย่างไร?
หากคุณสงสัยว่าเคยฉีดฟิลเลอร์ปลอม สามารถสังเกตได้จากอาการที่เกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ในระยะสั้นช่วง 1-7 วันหลังฉีด อาการที่น่าสงสัยคือการบวมผิดปกติที่ไม่ยุบลง รอยช้ำที่กินเวลานานกว่าปกติ ปวดต่อเนื่องเกิน 3 วัน ผิวร้อนและแดงจัด มีผื่นหรือจุดดำที่ไม่ปกติ และผลลัพธ์ไม่ตรงตามที่คาดหวังตั้งแต่แรก
ส่วนในระยะยาวตั้งแต่หลายเดือนถึงหลายปี อาการที่ควรระวังคือการเกิดก้อนแข็งใต้ผิว ใบหน้าผิดรูปและไม่สมมาตร ฟิลเลอร์ไม่สลายตามเวลาที่ควรจะเป็น รูปใบหน้าเปลี่ยนไปแม้ไม่ได้เติมฟิลเลอร์เพิ่ม ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนสี รู้สึกเจ็บเวลาสัมผัส หรือมีการอักเสบที่กลับมาเป็น ๆ หาย ๆ
หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจส่งผลเสียในระยะยาวที่ยากต่อการแก้ไข
ถ้าสงสัยว่าเคยฉีดฟิลเลอร์ปลอมควรทำอย่างไร
หากคุณสงสัยว่าเคยฉีดฟิลเลอร์ปลอม สิ่งแรกที่ควรทำคือการเก็บหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลคลินิกที่เคยฉีด ใบเสร็จและเอกสารต่าง ๆ ภาพถ่ายของอาการที่เกิดขึ้น รวมถึงบันทึกวันที่ฉีดและอาการที่พบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการรักษาและการดำเนินการทางกฎหมายหากจำเป็น
จากนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที โดยไปพบแพทย์ผิวหนังหรือเวชศาสตร์ความงามที่มีประสบการณ์ในการรักษากรณีฟิลเลอร์ปลอม แพทย์อาจทำการอัลตราซาวด์เพื่อดูตำแหน่งของสาร หรือทำ MRI ในกรณีที่ซับซ้อน เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทของสารที่ฉีด หากเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ปลอม อาจใช้การฉีดเอนไซม์สลาย แต่หากเป็นซิลิโคนหรือพาราฟินอาจต้องผ่าตัดเอาสารออก ร่วมกับการรับยาต้านอักเสบและยาฆ่าเชื้อ รวมถึงการทำทรีตเมนต์ฟื้นฟูผิวหลังรักษา
สุดท้ายควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ โดยสามารถแจ้ง อย. ที่หมายเลข 1556 แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และแจ้งความกับตำรวจหากพิสูจน์ได้ รวมถึงเตือนภัยผู้อื่นผ่านช่องทางที่เหมาะสม
ก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ควรตรวจสอบอะไรบ้างเพื่อลดความเสี่ยง
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก โดยเริ่มจากการตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพของแพทย์ที่จะทำการฉีด และเช็กใบอนุญาตคลินิกจากกระทรวงสาธารณสุขให้ชัดเจน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถสอบถามได้โดยตรงจากคลินิก
เมื่อถึงวันทำหัตถการ ควรขอดูยี่ห้อและเลขทะเบียน อย. ของฟิลเลอร์ ตรวจสอบรีวิวและเคสจริงจากหลายแหล่ง สอบถามประสบการณ์ของแพทย์ซึ่งควรมีอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป และที่สำคัญคือขอให้แพทย์แกะกล่องต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ยังไม่ได้ใช้
นอกจากนี้ควรอ่านและเซ็นเอกสารยินยอมอย่างละเอียด ถามเรื่องการดูแลหลังฉีดและการติดตามผล และสอบถามเรื่องเอนไซม์สลายในกรณีฉุกเฉิน เพราะคลินิกที่ดีควรมีเอนไซม์พร้อมใช้เสมอ รวมถึงตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของคลินิกว่ามีความพร้อมในการรับมือกรณีฉุกเฉินหรือไม่
การเลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ครอบคลุมและปลอดภัยกับคลินิกที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ตั้งแต่ขั้นตอนการให้คำปรึกษาจนถึงการติดตามผลหลังฉีด ลดความเสี่ยงจากฟิลเลอร์ปลอมและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
เลือกโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้เหมาะสมและลดความเสี่ยงจากฟิลเลอร์ปลอม
การเลือกโปรแกรมฟิลเลอร์ที่เหมาะสมช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด เริ่มจากการเลือกคลินิกที่มีแพทย์เจ้าของคลินิกประสบการณ์สูง ใช้ฟิลเลอร์แท้ยี่ห้อที่มีชื่อเสียง และสามารถตรวจสอบที่มาของยาได้ทุกขั้นตอน
นอกจากนี้คลินิกควรมีห้องทำหัตถการที่สะอาดและปลอดเชื้อ มีอุปกรณ์ฉุกเฉินและเอนไซม์สลายฟิลเลอร์พร้อมใช้ มีการติดตามผลหลังฉีดอย่างต่อเนื่อง มีรีวิวบวกจากลูกค้าจริงที่สามารถตรวจสอบได้ ราคาสมเหตุสมผลไม่ถูกผิดปกติ และให้คำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ
สำหรับประเภทของโปรแกรมฟิลเลอร์ที่พบได้ทั่วไป มีทั้งฟิลเลอร์เติมเต็มใบหน้าในจุดต่าง ๆ เช่น คาง จมูก ร่องแก้ม และใต้ตา ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าที่ขมับ โหนกแก้ม และกราม ฟิลเลอร์ริมฝีปากเพื่อเพิ่มความอิ่มเอิบ รวมถึงฟิลเลอร์มือเพื่อลดริ้วรอยและเติมเต็มมือ
การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมต้องขึ้นอยู่กับการประเมินจากแพทย์ ไม่ควรเลือกตามความต้องการของตัวเองโดยไม่ปรึกษา เพราะแพทย์จะมองเห็นภาพรวมของใบหน้าและออกแบบให้เหมาะกับคุณที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติและสวยงามอย่างยั่งยืน
สรุป
ฟิลเลอร์ปลอมเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงต่อสุขภาพและความงาม ไม่ใช่แค่เรื่องของผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาด แต่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ยากต่อการรักษา การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ตรวจสอบได้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล คือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ ปรับรูปหน้า หรือเติมเต็มใบหน้า สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Hana Clinic ได้ฟรี เราใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง อย. ตรวจสอบที่มาได้ ดูแลโดยแพทย์เจ้าของคลินิกประสบการณ์กว่า 10 ปี ผ่าน LINE: @hanaclinic_rayong หรือโทร 092-265-5631
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับฟิลเลอร์ปลอม
Q: ฟิลเลอร์ปลอมสลายได้ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทของสาร หากเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ปลอม อาจใช้เอนไซม์สลายได้บางส่วน แต่หากเป็นซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน จะไม่สามารถสลายได้ ต้องผ่าตัดเอาออกเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดก็ไม่สามารถเอาสารออกได้หมดและอาจทิ้งแผลเป็น
Q: ฉีดฟิลเลอร์ปลอมไปแล้วหลายปี ยังรักษาได้ไหม?
A: ยังรักษาได้ แต่ยากกว่าการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะสารอาจกระจายและทำให้เนื้อเยื่อเสียหาย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของคุณ
Q: ทำไมคลินิกบางแห่งขายฟิลเลอร์ถูกมาก?
A: สาเหตุหลักมี 3 ข้อ คือ ใช้ฟิลเลอร์ปลอม ใช้ฟิลเลอร์ที่หมดอายุ หรือใช้ฟิลเลอร์แบ่งบรรจุใหม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ควรเสี่ยงใช้บริการ
Q: ฟิลเลอร์ยี่ห้อถูกที่ขายในเกาหลีปลอมไหม?
A: ฟิลเลอร์เกาหลีที่ผ่าน อย. ไทย เช่น Neuramis เป็นของแท้ แต่ต้องซื้อผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น ส่วนที่หิ้วมาเองจากเกาหลีไม่ผ่านมาตรฐานการเก็บรักษาและไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้
Q: ฉีดฟิลเลอร์ปลอมโดนตา จะตาบอดจริงไหม?
A: จริง หากฟิลเลอร์เข้าสู่หลอดเลือดที่เลี้ยงจอตา สามารถทำให้ตาบอดถาวรได้ กรณีนี้พบในการฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผาก จมูก และระหว่างคิ้ว ต้องรักษาเร่งด่วนภายใน 90 นาทีจึงจะมีโอกาสฟื้นฟูการมองเห็น
Q: ฟิลเลอร์แท้มีผลข้างเคียงไหม?
A: มีบ้าง เช่น รอยช้ำ บวมเล็กน้อย หรือก้อนเล็กที่หายได้เอง แต่ผลข้างเคียงร้ายแรงพบน้อยมาก และหากเกิดขึ้นสามารถใช้เอนไซม์สลายได้ทันที ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของฟิลเลอร์แท้
Q: หากไม่แน่ใจว่าเคยฉีดฟิลเลอร์แท้หรือปลอม ควรทำอย่างไร?
A: ไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจประเมิน อาจต้องทำอัลตราซาวด์หรือ MRI เพื่อดูชนิดและตำแหน่งของสาร แพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมในการรักษาต่อไป



