Ulthera vs Thermage ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบความแตกต่างทุกมิติ

รีวิวการทำ Ulthera

เวลาที่ใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม หลายคนก็มองหาทางเลือกในการยกกระชับใบหน้าที่ไม่ต้องใช้มีด แต่พอเริ่มหาข้อมูล ก็มักเจอคำถามว่า Ulthera กับ Thermage ต่างกันยังไง? แบบไหนเหมาะกับตัวเองมากกว่ากัน?

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมิติของ Ulthera vs Thermage เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างและเลือกได้อย่างมั่นใจว่าอันไหนตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเองมากที่สุด

 

โปรแกรมยกกระชับหน้า

 

เข้าใจปัญหาผิวตามวัย คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยลึก และขาดความยืดหยุ่น ปัญหาที่มักพบได้แก่ แก้มตก คางสอง หนังตาหย่อน ร่องแก้มลึก และเส้นหุ่นพะเยา การรักษาด้วยเทคโนโลยีที่กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิวที่เหมาะสมจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูความกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงสร้างชั้นผิว (SMAS)

เพื่อเข้าใจว่าทำไม Ulthera vs Thermage ถึงต่างกัน เราต้องรู้จักโครงสร้างใต้ผิวหน้าก่อน ผิวหน้ามีหลายชั้น เริ่มจากชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด (Epidermis) ลงไปเป็นชั้นหนังแท้ (Dermis) ถัดมาคือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) และลึกสุดคือชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System)

ชั้น SMAS คือโครงสร้างที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อใบหน้ากับผิวหนัง เป็นชั้นที่แพทย์ศัลยกรรมมักจะยกกระชับเมื่อทำเฟซลิฟท์ หากส่งพลังงานไปกระตุ้นชั้นนี้ได้ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับลึกและยาวนานกว่า

Ulthera และ Thermage คืออะไร?

ก่อนเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจการทำงานของแต่ละเทคโนโลยีก่อน

Ulthera คืออะไร?

ยกกระชับหน้า Ulthera หรือ Ultherapy ได้รับการรับรองจาก FDA โดยใช้พลังงาน Micro-focused Ultrasound (MFU) ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์เข้าไปยังชั้นผิวเป้าหมายโดยตรงโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก

การทำงานของ Ulthera

Ulthera ส่งพลังงานความร้อนที่แม่นยำไปยังชั้น SMAS ที่ความลึกประมาณ 4.5 มิลลิเมตร เมื่อเนื้อเยื่อได้รับความร้อน ก็จะเกิดการหดตัวทันที (immediate tightening) และกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว จุดเด่นคือการใช้ภาพ Ultrasound Imaging ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ จึงมั่นใจได้ว่าพลังงานถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Aesthetic Surgery Journal ศึกษาผู้ป่วย 93 ราย พบว่า 58.1% มีการปรับปรุงความหย่อนคล้อยของผิวตามการประเมินของแพทย์ ขณะที่ 65.6% ของผู้รับบริการรับรู้ถึงการปรับปรุงความกระชับของผิวในใบหน้าส่วนล่างและคอภายใน 90 วัน นอกจากนี้ การศึกษาที่เผยแพร่ใน PMC (PubMed Central) ยังพบว่าหลังจากผู้ป่วยทำ Ulthera ไปประมาณ 6 เดือน จะสังเกตเห็นว่าใบหน้าบริเวณส่วนกลางและส่วนล่างกระชับขึ้นกว่า 93% และผลลัพธ์ยังคงอยู่นานถึง 1 ปี

 

 Ulthera vs Thermage

 

จุดเด่นของ Ulthera

Ulthera โดดเด่นที่ความสามารถในการยกกระชับระดับลึกโดยมีหน้าจออัลตราซาวน์ประเมินชั้นผิวก่อนยิงทำให้ยิงถูกชั้น SMAS ได้อย่างแม่นยำทุกช็อต  ผลลัพธ์จึงเป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า โดยเฉพาะกรณีแก้มตก คิ้วหย่อน หรือคางสองชั้น นอกจากนี้ยังไม่มีแผลหรือรอยแดง สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที

Thermage คืออะไร?

Thermage ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ส่งพลังงานความร้อนเข้าไปในชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว ได้รับการรับรองจาก FDA และมีจุดเด่นคือกระตุ้นคอลลาเจนและปรับสัดส่วนใบหน้าให้กระชับขึ้น

การทำงานของ Thermage

Thermage ส่งคลื่น RF เข้าไปให้ความร้อนกับชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) ความร้อนนี้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวตึงกระชับขึ้น รูขุมขนกระชับ และสัดส่วนใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้น ข้อดีคือสามารถปรับแต่งระดับพลังงานให้เหมาะกับแต่ละบริเวณได้ดี มีระบบ Vibrating Technology ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ

จุดเด่นของ  Thermage

Thermage โดดเด่นในการปรับสัดส่วนและกระชับผิวในชั้นไขมันและผิวหนัง เหมาะกับผู้มีแก้มเยอะและผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง และได้งานผิวที่รูขุมขนกระชับและดูเรียบเนียนขึ้น

Ulthera กับ Thermage เหมาะกับใคร?

Ulthera เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก มีแก้มตก คิ้วหย่อน คางสอง หรือต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจนในระดับลึก ถ้าอยากได้ผลใกล้เคียง Facelift แบบผ่าตัดแต่ไม่อยากเสี่ยง Ulthera คือตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่เริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนของการหย่อนคล้อย

Thermage เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง มีปัญหาเนื้อแก้มเยอะ ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้า กระชับรูขุมขน หรือทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นโดยรวม มักเหมาะกับคนอายุ 30-40 ปีที่เริ่มเห็นสัญญาณแรกของริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

เทียบชัด! Ulthera vs Thermage ต่างกันอย่างไร?

มาถึงส่วนการเปรียบเทียบ Ulthera กับ Thermage แบบตรงไปตรงมาในทุกมิติที่สำคัญ

Ulthera vs Thermage เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

Ulthera ตอบโจทย์ปัญหาที่ต้องการยกกระชับระดับลึก เช่น แก้มตกชัด คางสอง หนังตาหย่อน คิ้วตก เนื่องจาก Ulthera ส่งพลังงานลงถึงชั้น SMAS จึงให้ผลลัพธ์ที่เห็นการยกตัวชัดเจนกว่า

Thermage เหมาะกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง ไขมันแก้มเยอะ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หรือต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้กระชับโดยรวม

Ulthera กับ Thermage ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง?

Ulthera ทำได้หลายบริเวณ ได้แก่ หน้าผาก คิ้ว ใต้ตา แก้ม ร่องแก้มลึก คาง คางสอง และคอ โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการยกกระชับชัดเจน เช่น แนวขากรรไกรหรือคอที่หย่อนคล้อย

Thermage ทำได้กว้างกว่า ครอบคลุมทั้งใบหน้า คอ ลำตัว แขน ขา และบริเวณอื่น ๆ 

Ulthera vs Thermage แบบไหนเจ็บกว่ากัน?

โดยทั่วไป Ulthera มักรู้สึกเจ็บน้อยกว่าThermage เพราะพลังงานจากคลื่นอัลตราซาวนด์แม่นยำส่งเข้าไปในระดับลึกถึงชั้น SMAS ไม่ยิงสุ่มหรือผิดชั้น แต่อาจทำให้รู้สึกแสบร้อนหรือเสียวซ่าในช่วงยิงพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณที่มีกระดูกใกล้ผิวหนัง จากการศึกษาใน Aesthetic Surgery Journal พบว่าคะแนนความเจ็บปวดเฉลี่ยสำหรับ Ulthera อยู่ที่ 5.68 สำหรับบริเวณแก้ม, 6.09 สำหรับใต้คาง และ 6.53 สำหรับใต้ขากรรไกร (จากมาตราส่วน 0-10) ทั้งนี้หากใช้เทคนิคที่ดีของแพทย์จะทำให้อาการเจ็บน้อยลงมาก

Thermage มีระบบ Vibrating Technology ช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีพลังงาน Total energy (พลังงานสะสม) ที่สูงทำให้รู้สึกเจ็บในระหว่างทำมากกว่า Ulthera

Ulthera กับ Thermage ใช้เวลาทำนานแค่ไหน?

Ulthera ใช้เวลาทำประมาณ 60-90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนช็อต 

Thermage ใช้เวลาทำประมาณ 45-90 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดหัวทำและบริเวณที่รักษา

Ulthera vs Thermage นานแค่ไหนถึงเห็นผล?

Ulthera เห็นผลเบื้องต้นได้ทันทีหลังทำจากการหดตัวของเนื้อเยื่อ แต่ผลลัพธ์ชัดเจนเห็นได้ภายใน 1-2 เดือน เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น ผลลัพธ์ดีที่สุดประมาณ 3-6 เดือนหลังทำ

Thermage ให้ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1 เดือน และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 3-6 เดือน

 

Ulthera vs Thermage ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

Ulthera ให้ผลลัพธ์ยาวนานประมาณ  6 เดือนถึง 1 ปีบางคนอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวและปัจจัยส่วนบุคคล เนื่องจากทำงานที่ชั้นลึกผลจึงค่อนข้างยั่งยืน

Thermage ให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี บางคนอาจอยู่ได้นานถึง 2 ปี หากมีการดูแลผิวที่ดี

Ulthera vs Thermage ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร?

Ulthera มีผลข้างเคียงน้อยและชั่วคราว เช่น แดงเล็กน้อย บวม ชาหรือเสียวซ่า ซึ่งมักหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ในบางรายอาจมีรอยฟกช้ำเล็กน้อย จากการศึกษาทางคลินิกพบว่ามีผู้รับบริการ 3 รายที่มีตุ่มแดง (wheals) ซึ่งหายไปเองโดยไม่ต้องแทรกแซงและไม่มีผลข้างเคียงระยะยาว แต่มีข้อห้ามหลังทำ Ulthera ซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นการเกิดผลข้างเคียงร้ายแรง

Thermage มีผลข้างเคียงเช่น ผิวแดงเล็กน้อยหลังทำ บวมเล็กน้อย ซึ่งมักหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วัน แต่หากยิงโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์อาจทำให้เกิดอาการผิวไหม้ เบิร์น เกิดเป็นรอยดำและแผลเป็นถาวรตามมาได้ 

Ulthera vs Thermage เปรียบเทียบราคา

Ulthera โดยทั่วไปมีราคาประมาณ  30,000-120,000บาท ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนเส้นที่แพทย์ประเมินความเหมะสมตามปัญหาของคนไข้แต่ละราย

Thermage มีราคาประมาณ 40,000-120,000 บาท  ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำและจำนวนเส้นที่แพทย์ประเมินความเหมะสมตามปัญหาของคนไข้แต่ละราย

ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าเลือกตามราคาที่ถูกที่สุด

ทำไมต้องเลือกทำ Ulthera ที่ HANA Clinic

การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ HANA Clinic เป็นศูนย์เวชศาสตร์ความงามที่มีความเชี่ยวชาญในด้านบริการยกกระชับหน้า Ulthera โดยมีแพทย์หญิงรัสรินทร์ กฤษฎิ์กุลไพศาล (คุณหมอเกรท) เป็นผู้ให้บริการ

คุณหมอเกรทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี Ulthera มานานหลายปี ด้วยความรอบคอบและความใส่ใจ คุณหมอเกรทจะวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าของผู้รับบริการแต่ละท่านอย่างละเอียด เพื่อกำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดตำแหน่งยิง ระดับพลังงาน และจำนวนเส้นที่ใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติ

HANA Clinic ใช้เครื่อง Ulthera ของแท้จากบริษัทเมอร์ซ (Merz) 

รีวิวการทำ Ulthera ที่ HANA Clinic 

ผู้รับบริการหลายท่านที่เคยทำ Ulthera ที่ HANA Clinic ต่างให้ความไว้วางใจและกลับมาใช้บริการซ้ำ หลายคนรีวิวว่าผลลัพธ์ชัดเจน ใบหน้ากระชับขึ้นเห็นได้ชัด แก้มยกตัว คางสองลดลง และโครงหน้าชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ความใส่ใจของคุณหมอเกรทและทีมงานทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยตลอดการรักษา

 

 รีวิวการทำ Ulthera

 

คำถามพบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Ulthera vs Thermage

1. Ulthera หรือ Thermage ดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมาย ถ้ามีปัญหาหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง และมีไขมันแก้มเยอะ Thermageจะเหมาะสมทำให้แก้มกระชับ ลดปริมาณไขมันแก้มได้ดี แต่ถ้ามีปัญหาหย่อนคล้อยในระดับน้อยถึงปานกลาง เนื้อแก้มน้อย ต้องการให้หน้ายก กระชับขึ้นไป คล้ายกับการผ่าตัดดึงหน้า Ulthera อาจตอบโจทย์กว่า

2. Thermage Ulthera ทำพร้อมกันได้ไหม?

ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวและความทนทานต่อการรักษาที่แตกต่างกัน บางคนอาจเหมาะกับการทำแยกกัน บางคนอาจได้ผลดีจากการทำร่วมกัน

3. Ulthera กับ Thermage ทำอะไรก่อน?

หากทำทั้งสองวิธี แพทย์มักแนะนำให้ทำ Thermage ก่อน เพื่อเตรียมผิวและกระชับผิวชั้นนอก จากนั้นค่อยทำ Ulthera เพื่อยกกระชับชั้นลึก แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน

4. Ulthera กับ Thermage ควรทำบ่อยแค่ไหน?

Ulthera ควรทำซ้ำทุก 6 เดือนถึง 1 ปีเมื่อผลลัพธ์เริ่มจางลง Thermage ควรทำซ้ำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล อย่างไรก็ตาม แพทย์จะประเมินและแนะนำระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน

สรุป Ulthera กับ Thermage อะไรดีกว่ากัน?

Ulthera vs Thermage ต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดของตัวเอง การเลือกว่าจะทำอันไหนขึ้นอยู่กับปัญหาผิว เป้าหมายที่ต้องการ และงบประมาณ Ulthera เหมาะกับการยกกระชับระดับลึกสำหรับผิวหย่อนคล้อยชัด ส่วน Thermage เหมาะกับการกระชับแก้มที่มีไขมันมากและได้งานผิวละเอียด กระชับรูขุมขน

สิ่งสำคัญคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถประเมินสภาพผิวและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุด HANA Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและบริการด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานและทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและตอบโจทย์มากที่สุด

 

 

 

 

 

เริ่มต้นความสวยได้แล้ววันนี้

มั่นใจในความสวย ปลอดภัยทุกขั้นตอน กับคุณหมอมากประสบการ

หมวดหมู่

บทความอื่นๆ