โบท็อกซ์เป็นหัตถการความงามยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และยกกระชับผิวอย่างได้ผล แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลก่อนตัดสินใจฉีดคือ โบท็อกซ์แท้ดูยังไง เพราะปัจจุบันมีโบท็อกซ์ปลอมระบาดในตลาดมากขึ้น และอาจสร้างอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ
โบท็อกซ์ปลอมไม่ได้แค่ทำให้ไม่เห็นผล แต่ยังเสี่ยงต่อการแพ้ ติดเชื้อ และผลข้างเคียงที่ยากต่อการรักษา บทความนี้รวม 5 วิธีง่าย ๆ ในการเช็กโบท็อกซ์แท้ก่อนฉีด พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างของแท้และของปลอม และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้คุณตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ได้อย่างปลอดภัย
โบท็อกซ์แท้คืออะไร? ทำไมต้องเลือกของแท้เท่านั้น
ก่อนจะตอบคำถามว่าโบท็อกซ์แท้ดูยังไง เราต้องเข้าใจก่อนว่าโบท็อกซ์คืออะไร และทำไมการเลือกของแท้จึงสำคัญ
Botox ทำงานยังไง
โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin Type A) คือสารชีวภาพที่สกัดจากแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ทางการแพทย์ ใช้งานในวงการความงามมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
หลักการทำงานของโบท็อกซ์แท้
- ยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อ
- ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว
- ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าจะค่อย ๆ จางลง
- ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้รูปหน้าเรียวขึ้น
- มีผลเฉพาะกับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ไม่กระจายไปทั่วร่างกาย
- ออกฤทธิ์ใน 3-7 วัน และอยู่ได้ 3-6 เดือน
โบท็อกซ์แท้ที่ใช้ในวงการความงามผ่านการรับรองจาก อย. ของแต่ละประเทศ และมีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ถูกวิธี การเลือกคลินิกโบท็อกซ์ที่ได้มาตรฐาน ใช้โบท็อกซ์แท้ และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ความเสี่ยงของโบท็อกซ์ปลอม
โบท็อกซ์ปลอมในตลาดมีหลายรูปแบบ ทั้งของลอกเลียนแบบที่บรรจุสารอื่น และของแท้ที่ผ่านการแบ่งบรรจุใหม่โดยไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูง
อันตรายของโบท็อกซ์ปลอม
- มีสารปนเปื้อนที่อันตราย
- ปริมาณตัวยาไม่ตรงตามที่ระบุ
- ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมาตรฐาน
- ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิในการเก็บรักษา
- ไม่ทราบที่มาของวัตถุดิบ
- เสี่ยงแพ้รุนแรง ติดเชื้อ
- ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
- อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ
โบท็อกซ์แท้ดูยังไง? 5 วิธีเช็กก่อนฉีด
มาถึงคำถามหลักของบทความ โบท็อกซ์แท้ดูยังไง ต่อไปนี้คือ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณเช็คโบท็อกซ์แท้ได้ก่อนตัดสินใจฉีด
1. มีเลขทะเบียน อย. (FDA)
โบท็อกซ์แท้ทุกขวดต้องผ่านการรับรองจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ของประเทศไทย หรือ FDA ของประเทศที่ผลิต โดยเลขทะเบียนจะระบุอยู่บนกล่องและขวดยา
ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองในไทย
- Botox (Allergan) จากอเมริกา ผ่าน FDA และ อย. ไทย
- Dysport จากฝรั่งเศส ผ่าน อย. ไทย
- Xeomin จากเยอรมนี ผ่าน อย. ไทย
- Neuronox / Meditoxin จากเกาหลี ผ่าน อย. ไทย
- Innotox จากเกาหลี ผ่าน อย. ไทย
วิธีตรวจสอบเลขทะเบียน อย.
- เข้าเว็บไซต์ อย. ไทย (www.fda.moph.go.th)
- ค้นหาด้วยเลขทะเบียนยา
- ตรวจสอบผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย
- ระวังเลขทะเบียนที่ไม่สามารถค้นหาได้
2. กล่องและขวดต้องตรงกัน
โบท็อกซ์แท้จะมีกล่องและขวดยาที่ข้อมูลตรงกันทุกอย่าง ทั้ง Lot Number ชื่อยา ปริมาณ วันผลิต วันหมดอายุ
สิ่งที่ต้องเช็ก
- ชื่อผลิตภัณฑ์ตรงกันทั้งกล่องและขวด
- Lot Number / Batch Number ตรงกัน
- วันผลิตและวันหมดอายุตรงกัน
- ปริมาณยูนิตตรงกัน (50, 100, 200 ยูนิต)
- ภาษาบนฉลากต้องชัดเจน อ่านได้
- ไม่มีรอยลบ ขูด หรือแก้ไข
- บรรจุภัณฑ์ไม่ฉีกขาดหรือเสียหาย
หากกล่องและขวดข้อมูลไม่ตรงกัน อาจเป็นสัญญาณว่ามีการแบ่งบรรจุใหม่ ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานที่ปลอดภัย
3. มี QR Code / Serial Number ตรวจสอบได้
โบท็อกซ์รุ่นใหม่ของหลายยี่ห้อมี QR Code หรือ Serial Number ให้ตรวจสอบความแท้ออนไลน์ได้
วิธีตรวจสอบผ่าน QR Code
- สแกน QR Code ที่กล่องด้วยมือถือ
- ระบบจะแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์
- ตรวจสอบ Lot Number และวันหมดอายุ
- เช็คว่าเป็นยาที่ผลิตจากโรงงานจริง
ยี่ห้อที่มี QR Code ให้ตรวจสอบ
- Botox (Allergan) มี Tracker Program
- Xeomin มี QR Code ที่กล่อง
- Dysport มีระบบ Authentication
- Neuronox มี Serial Number บนกล่อง
หากคลินิกไม่ยอมให้คุณดู QR Code หรือไม่สามารถสแกนได้ ควรระวัง
4. แพทย์แกะกล่องใหม่ต่อหน้า
คลินิกที่ได้มาตรฐานจะแกะกล่องและเปิดขวดโบท็อกซ์ใหม่ต่อหน้าลูกค้าทุกครั้ง เพื่อยืนยันว่าเป็นโบท็อกซ์แท้และยังไม่ได้ใช้
ขั้นตอนที่ควรเห็น
- แพทย์โชว์กล่องโบท็อกซ์ที่ยังปิดผนึก
- ฉีกซีลและแกะกล่องต่อหน้า
- โชว์ขวดยาที่ยังไม่ผ่านการเจาะ
- ผสมน้ำเกลือเพื่อละลายโบท็อกซ์ต่อหน้า
- ดูดยาเข้าเข็มฉีดยาต่อหน้า
- ฉีดทันทีหลังผสม
หากคลินิกใดไม่ยอมให้คุณดูขั้นตอนนี้ หรือนำยาที่ผสมไว้แล้วมาฉีด ควรปฏิเสธทันที เพราะอาจเป็นการใช้ยาเก่าที่เก็บไว้ หรือใช้ยาปลอม
5. ราคาสมเหตุสมผล (ไม่ถูกเกินไป)
ราคาคือสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าโบท็อกซ์แท้หรือปลอม โบท็อกซ์แท้มีต้นทุนสูง คลินิกที่ขายในราคาถูกผิดปกติมักมีปัญหา
ราคาโบท็อกซ์โดยประมาณในไทย
- Botox (Allergan) 100-200 บาท/ยูนิต
- Dysport 80-150 บาท/ยูนิต
- Xeomin 80-150 บาท/ยูนิต
- Neuronox / Meditoxin 60-120 บาท/ยูนิต
- โปรเหมาขวด 100 ยูนิต 6,000-15,000 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ
ระวังคลินิกที่ขาย
- ยูนิตละต่ำกว่า 50 บาท
- โปรเหมาขวด 100 ยูนิต ต่ำกว่า 4,000 บาท
- ราคาถูกผิดปกติจากท้องตลาด
- โปรโมชั่นที่ดีเกินจริง
แม้ราคาแพงไม่ได้แปลว่าแท้ทุกครั้ง แต่ราคาที่ถูกผิดปกติคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน การเลือกคลินิกโบท็อกซ์ที่มีราคาสมเหตุสมผลและสามารถตรวจสอบที่มาของยาได้ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
โบท็อกซ์แท้ vs ปลอม ต่างกันยังไง?
หลังจากรู้วิธีเช็คโบท็อกซ์แท้แล้ว มาดูความแตกต่างระหว่างของแท้และของปลอมในแง่ของผลลัพธ์และความปลอดภัย
หลังจากรู้วิธีเช็คโบท็อกซ์แท้แล้ว มาดูความแตกต่างระหว่างโบท็อกซ์แท้และโบท็อกซ์ปลอม ทั้งในด้านผลลัพธ์ ความปลอดภัย และระยะเวลาการออกฤทธิ์
| ข้อเปรียบเทียบ | โบท็อกซ์แท้ | โบท็อกซ์ปลอม |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวัง ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ กล้ามเนื้อยังทำงานได้ปกติ | ผลลัพธ์ไม่แน่นอน อาจไม่เห็นผล ริ้วรอยลดลงไม่สม่ำเสมอ ใบหน้าอาจดูแข็งหรือผิดธรรมชาติ |
| ความสม่ำเสมอของยา | ปริมาณยาได้มาตรฐานและคงที่ | ปริมาณยาในขวดไม่แน่นอน |
| ความปลอดภัย | ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน มีการศึกษาทางคลินิก และมีระบบติดตามคุณภาพ | อาจมีสารปนเปื้อน ไม่ทราบส่วนผสมที่แท้จริง และไม่มีการรับประกัน |
| ผลข้างเคียง | อาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราว | เสี่ยงต่ออาการแพ้รุนแรง ติดเชื้อ หรือกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ |
| ระยะเวลาเริ่มเห็นผล | เริ่มเห็นผลในประมาณ 3-7 วัน | อาจไม่เห็นผลเลย หรือเห็นผลเร็วผิดปกติภายใน 1-2 วัน |
| ระยะเวลาเห็นผลเต็มที่ | เห็นผลชัดเจนเต็มที่ในประมาณ 10-14 วัน | ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ บางจุดเห็นผล บางจุดไม่เห็นผล |
| ระยะเวลาคงอยู่ | ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน | ผลลัพธ์อาจอยู่ได้เพียง 1-2 เดือน |
อันตรายของการฉีดโบท็อกซ์ปลอมที่ควรรู้
การฉีดโบท็อกซ์ปลอมไม่ได้แค่ทำให้ไม่เห็นผล แต่สามารถสร้างอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย
หน้าแข็งผิดธรรมชาติ
โบท็อกซ์ปลอมที่มีความเข้มข้นไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานไม่ได้เลย จนใบหน้าดูแข็งผิดธรรมชาติ
- ยิ้มไม่ออก หรือยิ้มเบี้ยว
- หนังตาตก หลับตาไม่สนิท
- คิ้วตก หรือคิ้วยกผิดปกติ
- หน้าผากเรียบตึงเกินไป
- มุมปากตก
- ใบหน้าไม่สมมาตร
อาการเหล่านี้บางครั้งกลับมาเป็นปกติได้หลังตัวยาหมดฤทธิ์ (3-6 เดือน) แต่ในระหว่างนี้อาจกระทบการใช้ชีวิตและความมั่นใจ
กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ
หากโบท็อกซ์ปลอมมีสารพิษหรือความเข้มข้นสูงเกินไป อาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ
- กล้ามเนื้อกลืนอาหารอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด เสียงผิดปกติ
- หายใจลำบาก (กรณีรุนแรง)
- กล้ามเนื้อคอแข็งหรืออ่อนแรง
- เคี้ยวอาหารไม่ได้
- น้ำลายไหลผิดปกติ
อาการรุนแรงเหล่านี้อาจต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และมีการบันทึกว่าเคยเกิดเหตุเสียชีวิตจากการฉีดโบท็อกซ์ปลอมในต่างประเทศมาแล้ว
เสี่ยงติดเชื้อ
โบท็อกซ์ปลอมส่วนใหญ่ผลิตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อที่เพียงพอ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
- เกิดฝีหรือก้อนแข็งที่บริเวณฉีด
- ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง
- เกิดเนื้อตาย (Necrosis) ในกรณีรุนแรง
- ติดเชื้อในกระแสเลือด
- ต้องผ่าตัดเพื่อรักษา
นอกจากนี้ การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาดยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV, Hepatitis B และ C อีกด้วย
สรุปวิธีการดูโบท็อกซ์แท้
การเช็ก โบท็อกซ์แท้ดูยังไง ไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้วิธีเช็ค 5 ข้อสำคัญ ได้แก่ เลขทะเบียน อย. กล่องและขวดต้องตรงกัน มี QR Code ตรวจสอบได้ แพทย์แกะกล่องต่อหน้า และราคาที่สมเหตุสมผล การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและใช้โบท็อกซ์แท้คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการฉีดโบท็อกซ์ ปรับรูปหน้า หรือลดริ้วรอย สามารถปรึกษาคุณหมอเราไม่มีค่าใช้จ่าย เราใช้โบท็อกซ์แท้ที่ตรวจสอบได้ทุกขวด ดูแลโดยแพทย์เจ้าของคลินิกประสบการณ์กว่า 10 ปี สามารถปรึกษาคุณหมอที่ Hana Clinic ได้ฟรี
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการดูโบท็อกซ์แท้
Q: ทำไมราคาโบท็อกซ์แต่ละคลินิกถึงต่างกันมาก?
A: ราคาขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ ประสบการณ์แพทย์ มาตรฐานคลินิก และต้นทุนการนำเข้า คลินิกที่ราคาสูงกว่ามักใช้โบท็อกซ์แท้และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคลินิกที่ราคาถูกผิดปกติควรระวัง
Q: ฉีดโบท็อกซ์แล้วไม่เห็นผล แปลว่าเป็นของปลอมไหม?
A: ไม่เสมอไป อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ยูนิตน้อยเกินไป เทคนิคการฉีด หรือร่างกายของบางคนตอบสนองช้ากว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนตัดสิน
Q: ฉีดโบท็อกซ์ที่บ้านหรือคลินิกเสริมสวยได้ไหม?
A: ห้ามเด็ดขาด การฉีดโบท็อกซ์ต้องทำที่คลินิกการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะต้องอาศัยความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์และมาตรฐานความสะอาด
Q: ถ้าฉีดโบท็อกซ์ปลอมไปแล้วต้องทำยังไง?
A: หยุดฉีดทันทีและสังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แพ้ บวม ผื่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ให้พบแพทย์ทันที สามารถแจ้ง อย. หรือสถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบคลินิกที่ใช้โบท็อกซ์ปลอม
Q: ถ้าซื้อโบท็อกซ์มาเองให้แพทย์ฉีดได้ไหม?
A: ไม่ควรทำ เพราะคุณไม่สามารถยืนยันความแท้และคุณภาพของยาได้ คลินิกที่ดีจะมีโบท็อกซ์ที่นำเข้าผ่านช่องทางถูกกฎหมายและเก็บรักษาตามมาตรฐาน
Q: ขวดโบท็อกซ์เปิดแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?
A: โบท็อกซ์ที่ผสมแล้วควรใช้ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องเก็บในตู้เย็น 2-8 องศาเซลเซียส คลินิกที่ดีจะใช้ยาที่ผสมใหม่ทุกครั้งและไม่นำยาเก่ามาผสมใหม่



